การทำธุรกิจ SME

ธุรกิจ หมายถึง การดำเนินกิจกรรมทางด้านการผลิต การจำหน่าย และการบริการ ธุรกิจ SMEs หรือ ธุรกิจขนาดย่อม หมายถึง ธุรกิจที่เป็นอิสระมีเอกชน เป็นเจ้าของ ดำเนินการโดยเจ้าของเอง ไม่เป็นเครื่องมือของธุรกิจใด ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพล ของบุคคล หรือธุรกิจอื่น มีต้นทุนในการดำเนินงานต่ำ และมีพนักงานจำนวนไม่มาก
ความสำคัญของธุรกิจขนาดย่อม
ธุรกิจขนาดย่อม ช่วยในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากธุรกิจขนาดย่อมช่วยให้เกิดการกระจายรายได้จากกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจ ไปสู่กลุ่มคนต่าง ๆ ทำให้เกิดการจ้างงานและประชาชน มีรายได้ ซึ่งเป็นตัวช่วยให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมดีขึ้น
ธุรกิจขนาดย่อม เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจขนาดใหญ่เพราะความเจริญก้าวหน้าของ ธุรกิจขนาดย่อมทำให้ธุรกิจมั่นคงมียอดการผลิตที่สูงขึ้น และมีการนำเทคโนโลยี ที่สูงขึ้นมาใช้ในการผลิตซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นฐานไปสู่ธุรกิจขนาดใหญ่
ธุรกิจขนาดย่อม เป็นแหล่งผลิตสินค้าใหม่ ๆ เป็นการรวมกลุ่มของบุคคลร่วมกันคิด และผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาสู่ตลาด โดยที่ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่กล้าเสี่ยง ต่อการลงทุน
เอสเอ็มอี คืออะไร?
คำว่า เอสเอ็มอี นั้นเป็นคำย่อ ของคำว่า Small and Medium Enterprise (SME) ในภาษาอังกฤษนั่นเอง สำหรับคำที่ใช้กันอย่างเป็นทางการของภาษาไทย คือ “วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม” นั่นเอง.
คงเคยได้ยิน ได้ฟังกันมาบ้างแล้ว และอาจจะสงสัย หรือว่ามึนงง ไอ้เจ้า “เอสเอ็มอี” แท้ที่จริงนั้น sme คืออะไร กันแน่ ทำไมผู้ใหญ่หลายท่าน ถึงพยายามที่จะช่วยกัน ส่งเสริมและผักดันให้มีการลงทุน ในธุรกิจ เอสเอ็มอี
คำว่า เอสเอ็มอี นั้นเป็นคำย่อ ของคำว่า Small and Medium Enterprise (SME) ในภาษาอังกฤษนั่นเอง สำหรับคำที่ใช้กันอย่างเป็นทางการ ของภาษาไทยคือ “วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม” นั่นเอง
สำหรับประเทศไทย ได้มีกฎหมาย ธุรกิจเอสเอ็มอี ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเรียกว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม พ.ศ. 2543 โดยตาม กฎหมายฉบับนี้นั้น ได้ให้อำนาจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในการกำหนดว่า ใครบ้างที่จะได้ ขึ้นชื่อว่า เข้าข่ายเป็น ธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งจะประกาศออกมาเป็นกฎกระทรวง ก่อนหน้านี้ จะใช้เกณฑ์ ในการวัดว่า ธุรกิจไหนเป็น เอสเอ็มอี ดังนี้คือ
กิจการที่ดำเนินงานเกี่ยวกับการผลิตหรือบริการ มีมูลค่าทรัพย์สินถาวรไม่เกิน สองร้อยล้านบาท มีการจ้างงานไม่เกิน สองร้อยคน
กิจการค้าส่ง ที่มีทรัพย์สินถาวรไม่เกิน หนึ่งร้อยล้านบาท มีการจ้างงานไม่เกิน ห้าสิบคน
กิจการค้าปลีก ที่มีมูลค่าทรัพย์สินถาวรไม่เกิน หกสิบล้านบาท มีการจ้างงานไม่เกิน สามสิบคน

ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า ณ ปัจจุบัน การทำธุกิจให้อยู่คง นั้น เป็นเรื่องยากมาก ไม่ว่าจะเป็น ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ วิกฤตเศรษฐกิจต่างๆ ตอนนี้จึงข้อสรุป 7 ขั้นตอน ของการพัฒนาธุรกิจ SME ให้รอด ในยุคปัจจุบัน คือ

1. ทำค่าโสหุ้ยของ ธุรกิจ SME ให้ต่ำเอาไว้
“Cash is King”
Anonymous

“เงินสด คือ พระราชา” เป็นคำพูดของนิรนาม

เงินสด คือ เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะมีขนาดใหญ่ระดับโลก หรือเล็กระดับรถเข็นขายของ ซึ่งการที่ธุรกิจของคุณยังเป็นธุรกิจ SME หรือธุรกิจขนาดเล็กอยู่

สิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำ คือ รักษาเงินสดไว้ใช้ในยามวิกฤตให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และวิธีที่เหมาะสม คือ การทำให้ค่าโสหุ้ยต่ำเข้าไว้ เช่น ถ้าคุณเริ่มทำธุรกิจโดยมีพนักงานแค่ 5 คน ก็คงไม่จำเป็นต้องเช่าสำนักงานขนาด 20 คน

หรือเปิดหน้าร้าน ก็คงไม่ใช่การซื้อขาดไปเลย แต่คุณควรจะลองเช่าดูก่อนซัก 3 เดือนเพื่อดูว่าธุรกิจของคุณเป็นอย่างไร ไปไหวมั้ย

2. Outsource ในสิ่งที่เราไม่ถนัด
“I will do my best. That is all I can do. I ask for your help – and God’s.”
Lyndon B. Johnson

“ผมจะทำในส่วนของผมให้ดีที่สุด นั่นเป็นสิ่งที่ผมทำได้ นอกเหนือจากนั้นผมคงต้องขอให้คุณและพระเจ้าช่วยผม” เป็นคำพูดของ Lyndon B. Johnson อดีตประธานาธิบดีของอเมริกา

ทรัพยากรที่คุณมีในธุรกิจของคุณ มีอยู่อย่างจำกัด คุณจำเป็นต้องใช้มันอย่างรอบคอบ ถ้าวันนี้บริษัทคุณเพิ่งจะเริ่มต้น การจ้างพนักงานมาทำบัญชี จ้างนักกฎหมายมาดูสัญญาระหว่างคุณกับคู่ค้า หรือเปิดโรงงานเอง คงจะเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น

การจ้างพนักงานทำบัญชีในช่วงเริ่มแรก เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดมาก เพราะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กนั้น ค่าใช้จ่ายนี้เพียงแค่ 2-3 หมื่นบาทต่อปีเท่านั้น เมื่อเทียบกับจ้างพนักงานบัญชีเดือนละ 8,000 บาท

ส่วนเรื่องสินค้าคุณก็ควรจะจ้างคนอื่นผลิตก่อน เพราะคุณยังไม่รู้เลยว่าสินค้าคุณจะขายได้หรือเปล่า ถ้าลงทุนเปิดโรงงานไปเป็นล้านบาท สุดท้ายขายของไม่ได้ เงินคุณจะจมไปกับโรงงาน กลับตัวก็ไม่ได้ เปลี่ยนไปขายอย่างอื่นก็ไม่ได้ เจ๊งสถานเดียว

3. ทำการตลาดผ่านสื่อยุคใหม่
“I just think that we’re capable of so much more;

we don’t utilize all our capacity like we should.”

Marcus Allen

“ผมคิดว่าเรามีความรู้ และความสามารถ ที่จะทำอะไรตั้งมากมาย แต่เราไม่ยอมใช้มันให้เต็มศักยภาพ อย่างที่มันควรจะเป็น” เป็นคำพูดของ Marcus Allen ยอดนักอเมริกันฟุตบอล ตำแหน่ง Running Back หรือตัววิ่ง ชาวอเมริกัน

เช่นเดียวกับ 2 ข้อแรก เพื่อเป็นการรักษาเงินสดให้อยู่กับคุณ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้ว่าการโฆษณา และทำการตลาดจะมีความสำคัญ ต่อการผลักดันสินค้าจากคุณ ไปสู่ผู้บริโภคได้

แต่จะดีกว่าไหม ถ้าวันนี้คุณทำการตลาดด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง ราคาถูก และตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ผ่านทางสื่อยุคใหม่ นั่นคือ Internet ซึ่งรวมถึงการเขียน Blog ขึ้นมาเพื่อทำ Review นำเสนอสินค้าของคุณ

หรือใช้ Social Network ให้เป็นประโยชน์ มีการสร้างหน้า Fan Page ขึ้นมาให้ Facebook มีการใช้ Twitter เพื่อส่งข่าวสาร เกี่ยวกับสินค้าของคุณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ สามารถทำได้โดยแทบไม่ต้องใช้เงินเลย และยังช่วยนำเสนอสินค้าของคุณได้เป็นอย่างดี

4. จัดตั้งบริษัทไว้ล่วงหน้า
“By failing to prepare, you are preparing to fail.”
Benjamin Franklin

“เมื่อคุณไม่เตรียมตัวให้พร้อม คุณก็เตรียมใจที่จะล้มเหลวไว้ได้เลย” เป็นคำพูดของ Benjamin Franklin รัฐบุรุษ และหนึ่งในแกนนำผู้ก่อตั้ง ประเทศอเมริกา

อีกสิ่งหนึ่งที่คุณไม่มีทางรู้เกี่ยวกับว่า วิกฤตและโอกาส จะมาถึงคุณเมื่อไหร่ มันคงจะดีกว่า ถ้าคุณมีวงเงินกู้จากธนาคาร ไว้รองรับเหตุฉุกเฉินของธุรกิจ และมันคงจะดีมาก ถ้าคุณมีวงเงินกู้จากธนาคาร เก็บไว้รองรับการเติบโตของธุรกิจ

เหมือนอย่างที่คำโบราณกล่าวไว้ว่า “ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน” หากคุณไม่ลงทุนเพิ่ม ในเวลาที่มีจังหวะและโอกาส มันก็เป็นการยากที่จะพบกับโอกาสนั้นอีก

แต่ถ้าคุณตั้งบริษัทไว้ล่วงหน้า จัดทำบัญชีอย่างเป็นระบบ คุณก็จะขอวงเงินสินเชื่อกับธนาคารได้ง่าย เพราะธนาคารส่วนใหญ่มักบอกว่า บริษัทของคุณต้องมีอายุมากกว่า 3 ปี ถึงจะกู้ได้ หรืออีกวิธี คือ ไปซื้อชื่อบริษัท ที่บริษัทอื่นตั้งไว้หลายๆ ปีก่อน เพื่อสวมชื่อ และกู้เงินได้ทันที

5. ทำประมาณการรายรับรายจ่ายอย่างเป็นระบบ
“The future belongs to those who prepare for it today.”
Malcolm X

“อนาคตที่สดใสเป็นของคนที่เตรียมตัวตั้งแต่วันนี้” เป็นคำพูดของ Malcolm X นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนของคนผิวสี และมุสลิม ชาวอเมริกัน

ถ้าคุณเริ่มทำบัญชีให้เป็นระบบ และทำประมาณการรายรับ รายจ่ายของธุรกิจล่วงหน้า เพื่อดูว่า เมื่อไรที่คุณขาดว่าจะขาดเงิน จะได้หาเงินมาเติมสภาพคล่องของธุรกิจได้ทัน หรือการเก็บหนี้ของธุรกิจทำได้ดีหรือไม่ สินค้าคงคลังอยู่ในสต็อกเรานานไปมั้ย

นอกจากนี้ ยังสามารถบอกได้ว่า ฝ่ายขาย หรือฝ่ายการตลาดของคุณ ทำหน้าที่ได้ตามเป้าหมายที่คุณวางไว้หรือเปล่า ซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นว่าทุกส่วนของธุรกิจยังปฏิบัติงานได้ดีหรือไม่ จุดอ่อน และจุดแข็งของธุรกิจคุณอยู่ที่ไหน

6. ธุรกิจขนาดย่อม ควร Focus สินค้าชนิดเดียวก่อน
“Concentrate all your thoughts upon the work at hand. The sun’s rays do not burn until brought to a focus.”
Alexander Graham Bell

“ขอให้มีสมาธิและทุ่มเทพลังความคิดไปกับงานของคุณ อย่างที่คุณรู้ว่าแค่แสงแดดไม่แม้แต่ทำให้กระดาษไหม้ได้ แต่จะทำได้ก็ต่อเมื่อผ่านแว่นขยายที่รวมแสง และ Focus ไปที่จุดเดียว” เป็นคำพูดของ Alexander Graham Bell นักประดิษฐ์ ผู้คิดค้นโทรศัพท์ ชาวอเมริกัน

คุณอาจจะเคยได้ยิน หลัก 80: 20 อันลือชื่อของ Vilfredo Pareto นักเศรษฐศาสตร์ชาวอิตาลี ว่า 80% ของทรัพยากรทั้งหมดที่เราใช้ จะยังผลลัพธ์เพียง 20% ของผลลัพธ์ทั้งหมด แต่เพียง 20% ของทรัพยากรที่เหลือ จะทำให้เราได้ผลลัพธ์ถึง 80% ของผลลัพธ์ทั้งหมด

เช่น 80% ของชนิดสินค้าที่เรามี จะสร้างยอดขายได้เพียง 20% ของยอดขายทั้งหมด แต่สินค้าที่อยู่ 20% ที่เหลือ จะสร้างยอดขายได้ถล่มทลายถึง 80% ของยอดขายทั้งหมดเลยทีเดียว

เพราะฉะนั้นคุณควรจะใช้พลังงาน และทรัพยากรทั้งหมด Focus ไปที่สินค้าที่คุณขายดีที่สุดก่อน เพื่อให้ธุรกิจของคุณเป็นรูปเป็นร่างและอยู่ได้ ไม่ใช่ใช้ทรัพยากรอย่างสะเปะสะปะ โปรยไปทุกสายผลิตภัณฑ์ มันจะเป็นการศูนย์เสียโดยใช่เหตุ

7. สำรวจความต้องการของตลาดอย่างสม่ำเสมอ

“I will prepare and some day my chance will come.”

Abraham Lincoln

“ผมจะเตรียมตัวเองให้พร้อม สำหรับโอกาสที่กำลังจะมาถึง” เป็นคำพูดของ Abraham Lincoln รัฐบุรุษ และหนึ่งในประธานาธิบดีสหรัฐ ที่มีชื่อเสียงที่สุด ด้วยการประดาศเลิกทาส

อีกหน้าที่หนึ่งของ ธุรกิจ SME คือ การเตรียมพร้อม และมองหาโอกาสที่จะขยายธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่วันนึงเมื่อโอกาสมาถึง จะได้ไม่พลาดที่จะได้ลงทุนสร้างความเติบโตให้กับ ธุรกิจขนาดย่อม ของคุณ

คุณจึงต้องสำรวจความต้องการของตลาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูว่าสินค้าที่คุณมีอยู่ ยังมีคนต้องการอีกหรือไม่ หรือมันเก่าไปแล้วตกยุคไปแล้ว และคุณก็ต้องหาโอกาสใหม่ๆที่จะขยายธุรกิจ อาจจะฟังจากความเห็นของลูกค้า คุยกับคู่ค้าของคุณ หรือสอบถามพนักงานที่อยู่หน้างานของคุณ

เริ่มต้นกับเราทันที


*

*

*