แผนการตลาดยูนิซิตี้

ข้อดีของแผนการตลาดยูนิซิตี้ เปรียบเทียบแผนการตลาดธุรกิจเครือข่าย

Image1. เป็นแผนการตลาดที่สามารถสร้างรายได้ Passive Income & Massive Income เหตุผล เป็นแผนการตลาดที่จ่ายผลประโยชน์ลึกถึง 12 ชั้น และจ่ายผลประโยชน์สูงสุด 67 % ซึ่งแตกต่างกว่าแผนอื่นๆทั่วไปที่รับรายได้จำนวนชั้นได้น้อยกว่า ส่งผลให้ต้องใช้จำนวนคนติดตัวเยอะต่อการมีรายได้หลักล้าน เช่น Amway 2 ชั้น Nuskin 6 ชั้น แต่ Unicity เพียงคุณมีสายงานเดียวที่ work ก็สามารถรับรายได้มากกว่า 300,000 บาทต่อเดือนได้

2. เป็นแผนการตลาดที่ลดข้อด้อย ในเรื่องของ matching ซึ่งรายได้ที่มากนั้นส่วนใหญ่จะมาจากข้อนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ คือ ไม่สามารถควบคุมได้ว่าคนติดตัวจะเป็นคนที่ focus ในการสร้างธุรกิจร่วมกัน เช่น

Aimstar จ่ายชั้นลูก 100 % ชั้น หลาน 50 %
Usana ชั้นลูก 15 %
Synergy ชั้นลูก 100 %

ดังนั้น ในกรณีนี้ ถ้าคนที่เอาจริงสร้างสายงานต่อกันลงไปตั้งแต่ชั้นหลาน ลงไปลึกถึง ชั้นที่ 10 และ 9 ที่ต่อกันลงมาเลิกทำธุรกิจหรือไม่ work คุณก็จะไม่ได้ผลประโยชน์ในข้อ Matching Bonus นั้นเลย ในขณะที่ แผนการตลาดยูนิซิตี้ ในกรณีเดียวกัน คนที่ 10 ขึ้นตำแหน่ง Diamond และ 9 คนแรก เลิกทำธุรกิจไป คุณยังสามารถรับรายได้ มากกว่า 300000 บาทต่อเดือนได้ ความยืดหยุ่นและเข้าใจธรรมชาติของการสร้างเครือข่ายมีมากกว่าและยังรวมไปถึง เรื่องธรรมาภิบาลต่อนักธุรกิจด้วย เพราะในกรณีที่ ความยืดหยุ่นของ Matching ไม่มีนั้น เงินในส่วนนั้นจะวิ่งกลับเข้าหาบริษัท

3. ลดปัญหาในเรื่องการ balance สายงานให้เท่ากัน ทุกบริษัทที่เป็น แผนการตลาดแบบ Stair-step หรือ Binary นั้นในกรณีที่คนคนนั้นจะได้รายได้มากที่สุดหรือขึ้นตำแหน่งสูงจะต้อง balance ให้จำนวนคนที่รักษายอดเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน ในขณะที่ แผนการตลาดของ ยูนิซิตี้ มีสายงานใหญ่คือสายแรก และ สาย ถัดมาจะใช้จำนวนคนและยอดน้อยลงครึ่งหนึ่ง ของสายงานแรก เช่น ตำแหน่ง Presidential Diamond สายงานแรก 320,000 pv สายงานที่สอง 160,000 pv สายงานที่สาม 80,000 pv ซึ่งธรรมชาติของธุรกิจเครือข่ายทุกคนก็จะต้องเจอ คีย์ หลักคนแรกก่อนและเริ่มสร้างก่อน ในขณะที่สายสองและสายต่อๆไปก็จะตามมาทีหลัง ดังนั้น แผนการตลาดยูนิซิตี้จึงเข้าใจธรรมชาติของการสร้างธุรกิจมากกว่า

4. ใช้จำนวนคนที่ active ติดตัวและทั้งองค์กรต่อการมีรายได้ 1 ล้านบาทต่อเดือน น้อยมากกว่าที่อื่น ( ไม่เกิน 1,200 คน ต่อจากมีรายได้ 1 ล้านบาท )

5. Fast-Start Bonus จ่ายสูงสุดถึง 7,350 บาท ( รวมค่าขึ้นตำแหน่งด้วยอีก 5 % )

6. One code One world

7. เมื่อดำรงคุณสมบัติตามแผนการตลาด บริษัทจะซื้อรถยนต์ในชื่อเรา Double diamond ได้ porsche, Triple diamond ได้ lamborghini, Crown diamond ได้เงินสด 1 ล้านเหรียญ ( สามารถเปลี่ยน Brand รถยนต์ได้ )

8. เมื่อเปรียบเทียบแผนการตลาดต่อการรับรายได้ในรูปแบบ matching ต่อ 1 คีย์หลัก แผนการตลาดยูนิซิตี้จ่ายผลประโยชน์กลับมาหาเรามากที่สุด (ในทุกๆข้อเปรียบเทียบเฉพาะบริษัทที่มีชื่อเสียงอยูในเมืองไทยและเป็นบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมาย ) หลักในการพิสูจน์ว่าแผนการตลาดแบบเครือข่ายใดจ่ายผลประโยชน์มากที่สุด คือ

1. Vision proof ทุกที่จะบอกว่าของเราจ่ายผลประโยชน์มากสุด เร็วสุด เสถียรสุด
2. Logic proof และผ่าแผนการตลาดเพื่อเปรียบเทียบว่าได้อย่างไร
3. Result proof ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ณ ปัจจุบันให้ดู 2 Q ( คุณภาพและปริมาณต่อการได้ผลลัพธ์และยอดขาย )

Unicity ยอดธุรกิจ 2,000 ล้านบาท
aimstar ยอดธุรกิจ 4,000 กว่าล้านบาท
Nuskin ยอดธุรกิจ 2,000 กว่าล้านบาท

"ดังนั้น ถ้า aimstar จ่ายผลประโยชน์เท่ากับหรือมากกว่า ยูนิซิตี้
ต้องมีภาพแบบข้างบน 2 เท่า ... แต่ในความเป็นจริง มันไม่เคยเกิดขึ้น"

Amway ต้องมีมากถึง 7 เท่า แต่ไม่มี
Nuskin ต้องมี เท่ากับ unicity ซึ่งก็ไม่มี


ดังนั้น...ถ้าคุณฉลาดและมีความรู้ คุณจะเลือกเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทเครือข่าย ที่จ่ายผลตอบแทนให้กับ คุณสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ได้จริงๆเท่านั้น...
เริ่มต้นกับเราทันที


*

*

*